การบริหารสัญญาจ้างก่อสร้าง
...............................
การบริหารสัญญา หมายถึง การควบคุม ตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติงาน และการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามเงื่อนไข และข้อกำหนดในสัญญา ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๕๓ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เพื่อให้งานก่อสร้างนั้นสำเร็จลุล่วงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ว่าจ้างและหากมีปัญหาหรืออุปสรรคต่อการปฏิบัติตามสัญญาจะต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาและอุปสรรคดังกล่าว หรือพิจารณาวินิจฉัย ทำความเห็นเสนอผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณาอนุมัติหรือสั่งการแล้วแต่กรณี
๑. หน้าที่ของผู้ควบคุมงาน ตามระเบียบฯ ข้อ ๗๓
๑. ตรวจและควบคุมงาน ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือที่ตกลงให้ทำงานจ้างนั้น ๆ ทุกวัน ให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียด และข้อกำหนดในสัญญาทุกประการ โดยสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควรและตามหลักวิชาการช่างเพื่อให้เป็นไปตามแบบรูป รายการละเอียด และข้อกำหนดในสัญญา ถ้าผู้รับจ้างขัดขืนไม่ปฏิบัติตามก็สั่งให้หยุดงานนั้น เฉพาะส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดแล้วแต่กรณีไว้ก่อน จนกว่าผู้รับจ้างจะยอมปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำสั่งและให้รายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างทันที
๒. ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูป รายการละเอียด หรือข้อกำหนดในสัญญามีความขัดกันหรือเป็นที่คาดหมายได้ว่าถึงแม้ว่างานนั้นจะได้เป็นไปตามแบบรูป รายการละเอียด และข้อกำหนดในสัญญา แต่เมื่อสำเร็จแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง หรือไม่เป็นไปตามหลักวิชาการช่างที่ดี หรือไม่ปลอดภัย ให้สั่งพักงานนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างโดยเร็ว
๓. จดบันทึกสภาพการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวัน พร้อมทั้งผลการปฏิบัติงาน หรือการหยุดงานและสาเหตุที่มีการหยุดงานอย่างน้อย ๒ ฉบับ เพื่อรายงานให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทุกสัปดาห์ และเก็บรักษาเพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่พัสดุเมื่อเสร็จงานแต่ละงวด โดยถือว่าเป็นเอกสารสำคัญของทางราชการเพื่อประกอบการตรวจสอบของผู้มีหน้าที่
๔. การบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างให้ระบุรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานและวัสดุที่ใช้ด้วย
ในวันกำหนดลงมือทำการของผู้รับจ้างตามสัญญา และในวันถึงกำหนดส่งมอบงานแต่ละงวด ให้รายงานผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างว่าเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันถึงกำหนด นั้น ๆ
๒. หน้าที่ของคณะกรรมการตรวจการจ้าง ตามระเบียบฯ ข้อ ๗๒
๑. ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และเหตุการณ์แวดล้อมที่ผู้ควบคุมงานรายงาน โดยตรวจสอบกับแบบรูป รายละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาทุกสัปดาห์ รวมทั้งรับทราบ หรือ พิจารณา สั่งหยุดงานหรือพักงานของผู้ควบคุมงาน และรายงานหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
๒. การดำเนินการตาม (๑) ในกรณีมีข้อสงสัยหรือมีกรณีที่เห็นว่าตามหลักวิชาการช่างไม่น่าจะเป็นไปได้ ให้ออกตรวจงานจ้าง ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญา
๓. โดยปกติ ให้ตรวจผลงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบใน ๓ วันทำการ นับแต่วันที่ประธานกรรมการได้รับทราบการส่งมอบงาน และให้ทำการตรวจรับให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด
๔. เมื่อตรวจเห็นว่าเป็นการถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามแบบรูป รายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาแล้ว ให้ถือว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งงานจ้างนั้น และให้ทำใบรับรองผลการปฏิบัติงานทั้งหมดหรือเฉพาะงวดแล้วแต่กรณี โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย ๒ ฉบับ มอบให้แก่ผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ เพื่อทำการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลัง และรายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ
ในกรณีที่เห็นว่าผลงานที่ส่งมอบทั้งหมดหรืองวดใดก็ตามไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา ให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อทราบหรือสั่งการแล้วแต่กรณี
๕. ในกรณีที่กรมการตรวจการจ้างบางคนไม่ยอมรับงานโดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอหัวหน้าส่วนราชการพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าส่วนราชการสั่งการให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้ จึงจะดำเนินการตาม (๔)
๓. การแจ้งให้ผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงาน เป็นหน้าที่ของใคร
คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นชอบแผนต่าง ๆ แล้ว
สภาพพื้นที่พร้อมสามารถทำงานได้ โดยไม่มีปัญหาและอุปสรรค
คณะกรรมการตรวจการจ้างมีหนังสือแจ้งผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงานตามสัญญา
ผู้รับจ้างมีหนังสือตอบยืนยันและรับทราบการแจ้งเข้าปฏิบัติงาน
เริ่มนับอายุสัญญา
รายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบ
ส่งสำเนาหลักฐานให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและกรมสรรพกร
กรณีแจ้งทางไปรษณีย์ เริ่มนับอายุสัญญาถัดจากวันที่ได้รับใบไปรษณีย์ตอบรับ
ผู้รับจ้างมารับด้วยตนเองให้นับถัดจากวันที่ผู้รับจ้างรับหนังสือ
๔. การเบิกเงินค่าจ้างล่วงหน้า จะต้องพิจารณาอะไรบ้าง
มีกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง
ผู้รับจ้างร้องขอ
จะจ่ายได้ไม่เกิน ๑๕% ของค่าจ้าง
วางหลักประกันเต็มจำนวน
หักคืน ๒๐% ของค่าจ้างที่ผู้รับจ้างส่งมอบ หรือตามที่สัญญากำหนดไว้
๕. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรณีเป็นสัญญาราคาต่อหน่วย (Unit Price)
กำหนดราคาโดยประมาณ
จ่ายตามราคาต่อหน่วยของงานแต่ละรายการที่ได้ทำเสร็จจริง
ไม่เปลี่ยนแปลงราคาต่อหน่วย
ไม่เรียกร้องสินไหมทดแทนต่อกัน หากจำนวนปริมาณงานในแต่ละรายการแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในสัญญา
๖. เงินประกันผลงาน จะต้องหักไว้เท่าไร และจะคืนได้เมื่อไร
หักไว้ร้อยละ ๑๐
ผู้ว่าจ้างมีสิทธิขอเงินประกันผลงานคืนได้ดังนี้
๑. เงินประกันผลงานหักไว้แล้วไม่ต่ำกว่า ๖ เดือน
๒. วางหนังสือค้ำประกันของธนาคารออกโดยธนาคารภายในประเทศ
คืนเงินประกันผลงานและ/หรือหนังสือค้ำประกันของธนาคารให้ผู้รับจ้างพร้อมกับการจ่ายเงินงวดสุดท้าย
๗. การโอนสิทธิเรียกร้องการรับเงิน ผู้ว่าจ้างจะต้องดำเนินการอะไรบ้าง
ตรวจสอบยอดเงินที่ผู้รับจ้างมีสิทธิโอน (หน่วย/งานการเงิน)
สำเนาสัญญาการโอนสิทธิเรียกร้องการรับเงินระหว่างผู้รับจ้างกับธนาคารผู้รับโอน
หนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเป็นไปตามคำสั่งกรมฯ ที่ ๕๐๑/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
ผู้ลงนามในฐานะผู้โอนและผู้รับโอน จะต้องเป็นผู้มีอำนาจ
มีโอนสิทธิเรียกร้องแล้วจะยกเลิกการโอนสิทธิเรียกร้องไม่ได้ ต้องโอนสิทธิเรียกร้องกลับคืนเท่านั้น
๘. รายงานผลงานก้าวหน้า เพื่อประโยชน์เรื่องใด
ผู้รับจ้างต้องรายงานความก้าวหน้าของงานทุก ๓๐ วัน
ผลงานของผู้รับจ้างต้องเป็นไปตามแผนการปฏิบัติก่อสร้างที่เสนอไว้
กรณีงานล่าช้ากว่าแผนการปฏิบัติงานต้องรายงานให้ชัดเจนว่าความล่าช้าเกิดจากสาเหตุใด (ให้เขียนด้วย ไม่ใช่เขียน “เหมือนครั้งที่ผ่านมา” ควรเขียน “เหตุล่าช้า “เกิดจาก....”)
หากล่าช้ากว่าแผนงานเกิน ๑๐% จะต้องทำหนังสือเร่งรัดการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
รายงานผู้ว่าจ้างทราบ
ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจการจ้างจะต้องติดตามผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
๙. รายงานการตรวจการจ้าง คณะกรรมการจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
กรณีการส่งมอบงานเพื่อเบิกจ่ายเงิน
ปริมาณงานและราคาที่ผู้รับจ้างส่งมอบในแต่ละงวดต้องเป็นปริมาณและราคาตามรายงานผลงานก้าวหน้าที่รายงานไว้ก่อนแล้ว (งวดที่...ผลงานครั้งที่....ถึงครั้งที่...งานลำดับที่...ไม่ได้เบิกเงินของผลงานที่...(ทุกรายการ) พร้อมแนบรายงานผลงานก้าวหน้า)
คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ทำการตรวจรับและออกใบรับรองผลการปฏิบัติงานให้ผู้รับจ้างเรียบร้อยแล้ว
กรณีส่งมอบงานเพื่อเบิกจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะจ่ายให้เมื่องานทั้งหมดตามสัญญาได้ดำเนินการแล้วเสร็จ รวมทั้งการทำความสะอาดสถานที่ก่อสร้างตามเงื่อนไขสัญญาด้วย (หากไม่ตรงตามสัญญาให้บันทึกว่างานรายการใดไม่สามารถตรวจรับได้)
รายงานการส่งมอบงานทั้งสัญญา หรือ ครั้งสุดท้าย (ส่งงานสารบรรณ...กรณีงานส่งมอบครั้งก่อนชำรุด ให้ผู้รับจ้างซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน..มีหนังสือแจ้งผู้รับจ้าง...แล้วจึงตรวจรับงานใหม่...ผิดสัญญา...คิดค่าปรับ)
๑๐. การแก้ไขสัญญา ตามระเบียบฯ ข้อ ๑๓๖ กระทำได้ในเรื่องใดบ้าง
สัญญา หรือ ข้อตกลงที่ลงนามแล้วจะแก้ไข เปลี่ยนแปลงไม่ได้
ยกเว้น
แก้ไขเพราะความจำเป็นโดยไม่ทำให้ทางราชการต้องเสียประโยชน์ หรือ
แก้ไขเพื่อประโยชน์ของทางราชการ
๑๑. การพิจารณาดำเนินการแก้ไขสัญญา จะต้องดำเนินการอย่างไร
๑๑.๑ การพิจารณาดำเนินการแก้ไขสัญญาเนื่องจากแก้ไข เพิ่มเติมแบบ มีรายการเพิ่มขึ้นนอกเหนือสัญญา
งานที่เพิ่มเติมต้องเป็นงานต่อเนื่องสัมพันธ์กับงานเดิมและอยู่ภายในขอบเขตวัตถุประสงค์ของสัญญาเดิม
อนุมัติในหลักการให้แก้ไขแบบโดยผ่านการตรวจสอบของกองออกแบบฯ (ดูจากรายงานผู้ควบคุมงาน คณะกรรมการตรวจการจ้าง)
แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลาง
ราคากลาง
ผู้มีอำนาจอนุมัติแบบ
อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการตกลงราคาสำหรับงานส่วนที่เพิ่มขึ้น
ผู้รับจ้างมีหนังสือยินยอมให้แก้ไขแบบ แก้ไขสัญญา โดยไม่คิดค่าเสียหาย (ใด ๆ ทั้งสิ้น รวมถึง การขอสงวนสิทธิงดค่าปรับ/ขยายสัญญา)
กรณีวงเงินตามสัญญาเพิ่มขึ้น ต้องชี้แจงด้วยว่าใช้เงินจากไหน (ยอดเงินเหลือจ่าย/ลดงานบางส่วน อยู่ภายในวงเงินเดิมที่อนุมัติ / ขอเพิ่ม)
คณะกรมการตรวจการจ้าง เป็นผู้เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณา
ตารางเปรียบเทียบปริมาณงานและราคา
ตารางหมายเลขแบบที่เพิ่ม แก้ไข หรือ ยกเลิก
เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
อนุมัติรับราคางานส่วนที่เพิ่ม
อนุมัติแก้ไขสัญญา (ระยะเวลาควรเป็นกี่วัน)
กรณี แก้ไขแบบ แก้ไขสัญญา โดยมีปริมาณงานเพิ่ม – ลด จะต้องให้ผู้รับจ้างยืนยันให้ใช้ราคาต่อหน่วยตามสัญญาเดิม
๑๑.๒ กรณีแก้ไขสัญญาเปลี่ยนแปลงครุภัณฑ์ (ส่วนควบงานก่อสร้าง)
ต้องผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เปรียบเทียบคุณภาพ ประสิทธิภาพของครุภัณฑ์ตามสัญญากับครุภัณฑ์ที่ขอเปลี่ยนแปลง
ครุภัณฑ์ใหม่ต้องมีคุณภาพ ประสิทธิภาพดีกว่าเดิมหรือเท่าเดิม
ราคาไม่สูงกว่าเดิม (ทำตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ประโยชน์/การเสียประโยชน์)
๑๒. การสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงานในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง
ผู้ควบคุมงานใช้อำนาจหน้าที่สั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงาน ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ข้อ ๗๓ ในกรณีดังต่อไปนี้
ผู้รับจ้างขัดขืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง
เมื่อพบว่าแบบรูป รายละเอียดหรือข้อกำหนดในสัญญามีข้อความขัดกัน
เป็นที่คาดหมายได้ว่า แม้ว่างานนั้นได้ทำตามแบบรูปรายละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา แต่เมื่อสำเร็จลงแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง
เมื่อสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงานแล้วต้องรีบรายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างเพื่อพิจารณานำเสนอผู้ว่าจ้าง
๑๓. ขออนุมัติลดหรืองดค่าปรับ หรือขยายอายุสัญญา ตามระเบียบฯ ข้อ ๑๓๙ จะกระทำได้ในกรณีใด
จะต้องเป็นเหตุที่เกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของส่วนราชการ (๑)
เหตุสุดวิสัย (๒) (ทางแพ่ง ม.๘ ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เหนือความคาดหมาย ไม่สามารถป้องกันได้ - ไม่ต้องสั่งหยุดงาน พิจารณาตามเหตุที่เกิดขึ้นจริง)
เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย (๓)
ผู้รับจ้างแจ้งเหตุ ภายใน ๑๕ วันนับแต่เหตุนั้นสิ้นสุดลง ยกเว้น (๑)
๑๔. แจ้งการปรับ (โดยผู้ว่าจ้าง) ควรแจ้งเมื่อไร
เมื่อครบกำหนดอายุสัญญา
ผู้รับจ้างยังทำงานไม่แล้วเสร็จ
สงวนสิทธิ์ที่ดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาทุกประการ
๑๕. การปรับ คิดคำนวณอย่างไร
ผู้รับจ้างส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด
การคำนวณค่าปรับให้คิดเป็นรายวันตามที่กำหนดไว้ในสัญญา
คิดค่าปรับถัดจากวันครบกำหนดอายุสัญญาจนถึงวันที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานทั้งสัญญา
กรณีบอกเลิกสัญญาคิดค่าปรับถัดจากวันครบกำหนดอายุสัญญาจนถึงวันอนุมัติบอกเลิกสัญญา (ให้รีบดำเนินการเพื่อให้ผู้รับจ้างเสียค่าปรับมาก เมื่อได้พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้=เลิกสัญญาแน่นอน)
๑๖. การบอกเลิกสัญญา มีมูลเหตุใดที่สามารถบอกเลิกสัญญาได้
๑๖.๑ การบอกเลิกสัญญา ให้พิจารณาตามระเบียบ ดังนี้
กรณีเชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และพิจารณาได้เฉพาะกรณีที่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการโดยตรง หรือแก้ไขข้อเสียเปรียบตามระเบียบฯ ข้อ ๑๓๗ (เช่นการไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ก่อสร้าง ผู้รับจ้างไม่เรียกร้องค่าเสียหาย)
กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาและจะต้องมีค่าปรับตามระเบียบฯ ข้อ ๑๓๘ (กรณีทิ้งงาน ยกเว้น ยินยอมเสียค่าปรับ / สามารถผ่อนปรนได้เท่าที่จำเป็น)
๑๖.๒ เหตุบอกเลิกสัญญา
ผู้รับจ้างไม่ยอมเสนอแผนงานก่อสร้างภายในระยะเวลาที่กำหนด (มีหนังสือทวงประกอบการพิจารณา)
ผู้รับจ้างไม่เข้าปฏิบัติงานที่กำหนดตามสัญญา (มีหนังสือแจ้งเข้า)
มีเหตุอันเชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้
ผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง
ผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงได้ และจะต้องมีการปรับตามสัญญาหากจำนวนค่าปรับจะเกิน ๑๐% ของค่าจ้าง
๑๖.๓ วันบอกเลิกสัญญา
กรณีผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาให้ถือวันที่กรมฯอนุมัติบอกเลิก เป็นวันบอกเลิก
กรณีผู้รับจ้างขอบอกเลิกให้ถือวันที่ได้รับหนังสือขอบอกเลิกของผู้รับจ้าง เป็นวันบอกเลิก
๑๖.๔ การดำเนินการภายหลังบอกเลิกสัญญา
ทำหนังสือแจ้งผู้รับจ้างพร้อมสงวนสิทธิตามเงื่อนไขสัญญา
กรณีเกินกำหนดอายุสัญญาต้องขออนุมัติปรับ
แจ้งสงวนสิทธิการปรับ
ทำหนังสือแจ้งธนาคารผู้ค้ำประกัน
ริบหลักประกันสัญญา
หากผู้รับจ้างไม่ชำระค่าปรับ ค่าเสียหาย ส่งเรื่องให้กองกฎหมายและที่ดินดำเนินการตามกฎหมาย
แจ้งเป็นผู้ทิ้งงาน
๑๗. การคืนหลักประกันสัญญา จะดำเนินการเมื่อไร
คืนโดยเร็วและอย่างช้าต้องไม่เกิน ๑๕ วัน นับแต่วันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพัน ตามระเบียบฯ ข้อ ๑๔๔
ก่อนคืนต้องตรวจสอบว่ามีงานชำรุดบกพร่องที่ผู้รับจ้างจะต้องเข้าซ่อมแซมหรือไม่
กรณีมีงานชำรุดบกพร่อง
ทำหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างเข้าซ่อมแซม
หากไม่เข้าซ่อมแซม ส่งเรื่องให้กองกฎหมายและที่ดินดำเนินการตามกฎหมาย
แจ้งธนาคารผู้ค้ำประกันให้รับผิดชอบในฐานะผู้ค้ำประกัน
แจ้งเป็นผู้ทิ้งงาน
๑๘. ผู้ตรวจสอบความชำรุดบกพร่องก่อนคืนหนังสือค้ำประกัน เป็นหน้าที่ของใคร
หัวหน้าหน่วยงานผู้ครอบครองพัสดุ หรือ
ผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือ
หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ หรือ
ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความชำรุดบกพร่อง ก็ได้
.....................................
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น