วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ความเห็นต่าง ในการขุดลอกแม่น้ำ คูคลอง

ทุกอย่างมีทั้งผลดีผลเสีย
ลองมารับฟังความคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่าง จากภายนอกดูบ้างนะครับ
ลองอ่านแล้วมาชั่งน้ำหนักดูระหว่างข้อดีและข้อเสียที่เกิดขึ้น
จะได้พิจารณาป้องกันและแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้น หรือลดผลกระทบให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด
บทความที่นำมาให้อ่านด้านล่าง เป็นผลงานของหน่วยงานอื่น
การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญครับ
--------------------------------------------------------------------------------------

หยุด! กระทำชำเราแม่น้ำและลำคลองเสียที..คนดีๆ เขาไม่ทำกัน
 Posted by พญาไฟสีเทา

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม 2554
Posted by พญาไฟสีเทา , ผู้อ่าน : 831 , 17:37:27 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

คลองมันอยู่ดีๆ ไม่รู้จะไปลอกทำไม? พอเสียหายขึ้นมาก็ไม่มีใครรับผิดชอบ จับมือใครดมไม่ได้ นี่คือคำบ่นของเพื่อนพ้องพี่น้องชาวบ้านระหว่างที่ผมแวะเวียนไปเยี่ยมถิ่นเก่าแถวๆ พังงาและระนอง

สอง สามปีที่ผ่านมา ลำคลองธรรมชาติเกือบทุกสายในแถบอำเภอคุระบุรี สุขสำราญ กะเปอร์ เป็นเป้าหมายอันหวานหอมของโครงการขุดลอกคลอง โดยมีสารพัดเจ้าภาพทั้ง องค์การบริหารส่วนตำบล หน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน กรมการป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย ฯลฯ แย่งชิงกันดำเนินโครงการ ที่มาพร้อมกับงบประมาณโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจากชาวบ้านเลยแม้แต่น้อย
สภาพ ภูมิประเทศแถบอำเภอคุระบุรี อำเภอสุขสำราญ อำเภอกะเปอร์ เป็นพื้นที่ชายฝั่งแคบๆ ด้านทิศตะวันออกเป็นเทือกเขาสูงที่ลากยาวเป็นสันหลังแบ่งระหว่างทะเล อันดามันและอ่าวไทย ปัญหาน้ำท่วมที่พบในแถบนี้ก็คือ เวลาฝนตกหนักน้ำลงมาจากป่าเขามากเมื่อเจอช่วงน้ำทะเลหนุนระบายน้ำออกไปไม่ ทันก็เกิดน้ำท่วม
 แต่ด้วยปัจจัยที่สภาพพื้นที่มีความลาดชันและลำคลองก็สายสั้นๆ ไม่เกิน 40 กิโลเมตร ทำให้น้ำท่วมแต่ละครั้งแทบไม่เกิน 3 ชั่วโมง
 สภาพ ที่ดูเหมือนเป็นความเดือดร้อนที่ว่านี้ถูกบรรดาหน่วยงานตั้งแต่ท้องถิ่นไปจน ถึงกรมชลประทาน หยิบยกไปเป็นข้ออ้างเพื่อทำโครงการขุดลอกคลอง ทั้งผลประโยชน์ในแง่งบประมาณที่อยู่ตรงหน้า และผลประโยชน์ลับๆ ที่ได้จากการเอาหิน เอาดิน เอาทรายไปขาย
 ชาวบ้านพยายามทักท้วงถึงผลกระทบและผลเสียที่ตามมาตลอดช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านแต่ดูเหมือนว่าหน่วยงานเหล่านั้นแทบไม่ได้กระดิกหูฟัง
ผลกระทบที่เกิดขึ้นแน่ๆ ก็คือระบบนิเวศแม่น้ำลำคลองที่ต้องเสียไป ต้นไม้ พันธุ์ไม้ริมคลองที่เคยปกคลุมร่มเย็นถูกขุดลอกออกไป  สายน้ำที่เคยไหลคดเคี้ยวถูกตัดเป็นเส้นตรง วังน้ำที่เคยเป็นแหล่งอาศัยของกุ้งหอยปูปลาในยามหน้าแล้ง ถูกกลบถูกถมจนไม่เหลือสภาพ
 หลังจากกระทำชำเราแม่น้ำลำคลองเหล่านั้นจนสาแก่ใจแล้ว...ไม่ต้องไปพูดถึงว่าชาวบ้านจะไปหากุ้งหอยปูปลาเช่นแต่ก่อน..ลืมไปได้เลย ลูกอ๊อดสักตัวก็หาไม่เจอ
 ที่คลองนางย่อน คลองบางปง ที่อำเภอคุระบุรี หลัง อบต.ใช้งบจังหวัด 2-3 แสน ขุดลอกคลองโดยอ้างว่าเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว นอกจากจะทำลายพลับพลึงธารซึ่งเป็นพืชเฉพาะถิ่นและ (โครต) หายากไปจนหมดแล้ว ปรากฏว่าน้ำเค็มลุกล้ำเข้าไปคลองลึกกว่าเดิม ผมไม่รู้ว่าพวกเขาตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นหรือเปล่า เพราะต่อมากรมชลประทานเสนอโครงการของบประมาณเงินภาษีของเราๆ ท่านๆ อีกราว 50 ล้าน เพื่อสร้างฝายป้องกันน้ำเค็มอีก 2 ตัว แต่ขณะเดียวกันเจ้าฝายที่สร้างขึ้นใหม่ก็ไปขวางทางน้ำทำให้น้ำท่วมเช่นเดิม

ตกลงการแก้ไขปัญหาคืออะไร?
แก้ปัญหา-สร้างปัญหา-แก้ปัญหา-สร้างปัญหา
เห็นแล้วพาลให้ไปอยากไปเสียภาษีให้รัฐเพื่อเอาไปให้ผลาญเล่นแบบนี้เลย
 ผล กระทบที่ตามมาอีกประการก็คือ หลังจากขุดลอกเอาหินเอาทราย ต้นไม้ริมตลิ่งออกไปหมดแล้ว แต่เดิมเวลาน้ำบ่ามาในหน้าฝน ก็มีต้นไม้ มีโขดหิน มีขาวัง ช่วยชะลอความรุนแรงของน้ำได้ไปมาก แต่เมื่อขุดลอกจนโล่งเตียน น้ำก็ไหลเร็วและแรงขึ้น ผลกระทบที่ตามมาก็คือบรรดาชาวบ้านที่มีที่ดิน มีบ้านเรือนอยู่ตามริมคลอง น้ำไหลแรง ตลิ่งก็ไม่มีต้นไม้พืชพันธุ์ปกคลุมก็เกิดการกัดเซาะสร้างความเสียหายให้กับ ชาวบ้าน.....
 และ โดยธรรมชาติของหิน ทรายในแม่น้ำลำคลอง...เมื่อเราขุดมันออกไป หิน ทรายด้านบนของลำคลองก็ต้องไหลลงมาแทนที่เดิมเพื่อสร้างความสมดุลให้กับตัว เอง การเคลื่อนตัวของหิน ของทรายเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุของการพังทลายของตลิ่งแม่น้ำลำคลอง....เรามี ประสบการณ์และเห็นจนชินตา ที่ไหนมีการดูดทราย เชื่อขนมกินได้เลยว่าอีกไม่นานเรือกสวนไร่นาที่อยู่เหนือขึ้นไปต้องตลิ่งพัง แน่นอน
พอเข้าสู้ ช่วงหน้าแล้ง ด้วยสภาพคลองที่ขุดจนราบ วังน้ำที่เคยเป็นแหล่งเก็บน้ำในฤดูแล้ง เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำก็ถูกขุดถมไปหมด...ผลปรากฎว่าน้ำแห้งจนขอดคลอง
 ความเสียหายเหล่านี้ก็ไม่รู้จะไปเรียกร้องเอากับใคร ชาวบ้านก็ได้แก่ก้มหน้าก้มตาบ่นกับปัญหาแต่ก็ไม่รู้จะแก้ไขมันได้อย่างไร..
 
ที่น่าเศร้าใจกว่านั้นก็คือ การสมคบคิดของนักการเมืองระดับท้องถิ่นบางคนที่ คนในหมู่บ้านอุตส่าห์เลือกมาเป็นตัวแทนของชาวบ้าน สมคบคิดกับบรรดานายทุนขุดลอกเอาหินดินทรายจากแม่น้ำลำคลองไปค้ากำไร โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของลูกบ้านตนเอง ว่าดินจะพัง บ้านจะไปกับน้ำอย่างไร
พวก เขาอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย เนื่องจากมีระเบียบกระทรวงมหาดไทยฉบับหนึ่งอนุญาตให้องค์การปกครองส่วนท้อง ถิ่น สามารถดำเนินการขุดลอกคลองเพื่อแก้ไขทั้งปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งไปได้ก่อน แล้วค่อยแจ้งขออนุญาตจังหวัดในภายหลัง ที่สำคัญบริษัทที่รับเหมา อบต.มาขุดก็ยังสามารถเอามูลค่าหินดินทรายที่ขุดเอาไปขาย เอามาหักลบกลบหนี้ได้อีก กลายเป็นช่องทางทำมาหากินแบบเนียนๆ แต่แสนจะหน้าด้านที่สุด
 ที่ สำคัญการขุดลอกคลองเล่านี้ถือเป็นโครงการขนาดเล็ก แม้ผลกระทบจะรุนแรงอย่างที่เล่าให้ฟังข้างต้น แต่ตามเงื่อนไขและช่องว่างทางกฎหมายของกฎหมาย..ทำให้พวกเขาไม่จำเป็นต้อง ศึกษาผลกระทบทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน...
เอา แค่การเปิดเวทีประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้เดือดร้อนแค่นี้ก็ยากเย็นเต็มที บางแห่งจัดประชุมก็ไประดมคนที่ไม่เสียประโยชน์มาร่วม...ในขณะที่ชาวบ้านผู้ ได้รับผลกระทบกลับไม่สนใจรับฟัง จะเป็นจะตายช่างหัวมัน
ผมไม่รู้ว่าจะต้องให้ขุดให้ลอกจนคลองเหล่านั้นฉิบหายไปอีกสักเท่าไร
เสียงของชาวบ้านจึงจะดังไปเข้าหูผู้มีอำนาจในจังหวัด และลงมาจัดการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านเสียที!!!!

ทุกข์ร้อนของชาวบ้านตาดำๆ
ภาพชาวบ้านห้วยเสียดและใกล้เคียงรวมตัวกันประชุมและมีมติคัดค้านโครงการขุดลอกคลองห้วยเสียดกะเปอร์ของโครงการชลประทานระนอง
 
คลองมันอยู่ดีๆ ก็ไปขุดมันซะ!
 
  จดหมายจาก สนง ชลประทานระนอง ที่บอกให้ผู้ใหญ่บ้านให้ความร่วมมือและช่วยประชาสัมพันธ์ให้


มาดูคลองธรรมชาติสวยๆ
ที่อนาคตอาจจะไมมีเหลือให้ดู
1.) คลองแรกชื่อ "คลองนาคา" เป็นแหล่งที่พลับพลึงพืชเฉพาะถิ่นหนึ่งเดียวในโลก ผลของการขุดลอกคลอง ทำให้หินและทรายเคลื่อนตัว น้ำไหลแรงและเร็วยิ่งขึ้น จนหัวพลับพลึงธารหายไปหมด




ภาพเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นอดีต


ขุดเสร็จแล้วเป็นอย่างนี้!
คนดีๆ เขาคงไม่ทำกัน




ข้อมูลเพิ่มเติม
คลองบางปงและคลองนางย่อนหลังการขุดลอก
รายงานการสำรวจพลับพลึงธาร
Water onion habitat ‘under grave threat’
ชะตากรรม “พลับพลึงธาร” หนึ่งเดียวในโลก
จี้รัฐเร่งคุ้มครองพลับพลึงธาร
หวั่น“พลับพลึงธาร”สูญพันธุ์ กระตุ้นท้องถิ่นช่วยอนุรักษ์

 ผลกระทบจากการขุดลอกแม่น้ำลำคลอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น